นักโทษประหารคนสุดท้าย หญิง



ปิดฉากประวัติศาสตร์
กุดหัว นางทองเลื่อน นักโทษประหารหญิงคนสุดท้าย

 
ทุกสิ่งทุกอย่างได้มีการเปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะนานสักเท่าไรก็ตาม แต่ผู้คนรุ่นปู่ ย่า ตา ทวด ก็ยังจำภาพการประหารชีวิต นักโทษ คนสุดท้าย อันเป็นการอำลากฎหมายเก่า ๆ สุดโบราณนั้น บนฝั่งซ้ายริมคลองแสนแสบ บริเวณหลังวัดโคก วันนั้นเป็นวันประหารชีวิต ด้วยการกุดหัว (ตัดหัว) ครั้งสุดท้าย
 
ผู้เป็นนักโทษ ที่ตกเป็นเหยื่อถึงประหาร ที่สำคัญของวงการฟันคอ แทนที่จะเป็นชายแต่กลับกลายเป็นหญิง “นางทองเลื่อน” เป็นชื่อของนักโทษ ผู้ที่ทั้งโชคดีและโชคร้าย นางต้องโทษประหารที่ประวัติศาสตร์ของ ราชทัณฑ์สยาม ได้บันทึกไว้ คือ ตัดคอแม่ผัวจนถึงแก่ความตายอย่างทารุน
 
ตอนเช้าของวันประหารตรงหน้าวัด ที่คลองแสนแสบมีบรรยากาศครึ้มเหมือนมีเมฆหมอก แสดงว่าฝนนั้นพร้อมที่จะโปรยปายลงมา
ริมคลองแสนแสบฝั่งซ้ายตรงลานดินอันกว้างใหญ่หลังวัด ซึ่งถูกจัดขึ้นเป็นแดนประหาร จะมีหลักไม้ขนาดใหญ่หลักหนึ่ง ปักอยู่กลางดินสูงประมาณ 1 เมตร และมีขนาดย่อมลงมาอีก 3 หลัก ค้ำหลักใหญ่เอาไว้

ใกล้จะถึง 10 โมงเช้า เจ้าหน้าที่ของเรือนจำนายหนึ่งได้มาตรวจดูสภาพหลักว่าใช้ได้ แล้วเดินผละไป เวลาดังกล่าว ฝูงชนเริ่มมากขึ้น ไม่ว่าผู้ใหญ่หรือเด็กเล็ก ทุกเพศทุกวัย

เมื่อจวนจะถึงเวลา 11.30 น. ท่ามกลางความระทึกใจของผู้คนที่มาดูถ้วนทั่วกัน เมื่อเรือสำปั้นขนาดใหญ่ลำหนึ่งเข้ามาจอดเทียบท่าหลังวัด ทุกคนเงียบกริบ หัวใจเต้นแรงเพราะความตื่นเต้นภาพของหญิงที่จะต้องถูกกุดหัวประหารนั้น เป็นร่างของหญิงวัยกลางคน รูปร่างอ้วนใหญ่คนหนึ่ง กำลังก้าวขึ้นบันไดท่าน้ำช้า ๆ 

มีตำรวจในเครื่องแบบ 2 นายประกบซ้ายขวาเหมือนกลัวจะหนีมีเจ้าหน้าที่เรือนจำอีก 6 นายเดินตามมาติด ๆ
หญิงผู้ต้องโทษนี้ตัดผมสั้นเหมือนผู้ชาย นุ่งห่มด้วยผ้าขาวทั้งชุดอยู่ในลักษณะสำรวม สงบ เยือกเย็น ยิ่งเสียกว่าแม่ชีนั่งภาวนาบรรพชา
 
ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เรือนจำก็พานางไปยังศาลาวัด ซึ่งอยู่ไม่ห่างหลักประหารเท่าใดนัก พร้อมทั้งได้นำอาหารมื้อสุดท้ายมาให้ มีแกงหมู ตะพาบน้ำ ปลาย่าง ผักต้ม น้ำพริก และกล้วยบวชชีของหวานอันเป็นสิ่งโปรดปรานของนาง และทางเรือนจำก็ได้จัดอาหารตามประสงค์ให้ทุกอย่างตลอดเวลาที่นางนั่งบริโภคอาหาร ที่มีคนนับร้อยนับพันจับตาดูนางมีความสุขกับอาหารมื้อสุดท้ายอย่างเอร็ดอร่อย
นางกินไปคุยไป พลางพูดไปคุยไปกับผู้ที่รู้จักคุ้นเคยกันดี ไม่มีริ้วรอยแห่งความวิตกกังวลบนใบหน้าของนางเลย ซ้ำยังกว่าวอีกว่า
“ถึงแม้จะต้องตาย ต้องถูกกุดหัวก็ไม่กลัว ไม่เสียดายชีวิตหรอก”
 
 
ภายหลังเรียบร้อยจากอาหารแล้ว เจ้าหน้าที่เรือนจำก็พานางไปฟังพระเทศน์ ให้รู้ถึงบาปบุญคุณโทษที่ได้กระทำลงไป นางสงบสติฟังด้วยอาการสงบนิ่ง...เมื่อพระเทศน์จบ นางก็ถวายดอกไม้ ธูป เทียนแก่พระสงฆ์

ต่อจากนั้นทุกคนที่โปรดดูการประหาร บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความเวทนาสงสาร เมื่อนางเอื้อมมือไปรับทารกซึ่งนอนอยู่ในเบาะจากหญิงชราให้มากินนมจากอกของนางเป็นครั้งสุดท้าย
 
 
เสร็จแล้วก็กอดจูบลูกน้อย เป็นการอำลา ตอนนี้หญิงชราผู้เป็นมารดาซึ่งอุ้มหลานตามมาก็ร้องไห้โอ ด้วยความรันทดและปริเวทนา
และแล้วช่วงเวลาอันสำคัญก็มาถึง เมื่อได้เวลา เจ้าหน้าที่ของเรือนจำก็พานางไปยังหลักประหาร ซึ่งนางก็เดินตามไปอย่างโดยดี ไม่มีอาการขัดขืน 
 
ที่หลักประหาร เจ้าหน้าที่ให้นางทรุดนั่งลงเอาหลังพิงกับหลักประหาร เหยียดเท้าทั้งสองข้างไปข้างหน้า และใช้เชือกมัดร่างของนางติดกับหลักประหาร ข้อมือทั้งสองข้างถูกมัดรวบรวมกัน อยู่ในท่าประนมมือเหนืออก มีดอกไม้ธูปเทียนอยู่ในมือ เป็นการขอขมาและรับกรรมทุกอย่าง

ทันใดนั้นปี่กลองก็มีเสียงล่องลอยมาแต่ไกล เสียงนั้นวิเวกวังเวงคล้าย ๆ ธรณีกรรแสง หรือพราหมณ์ดีดน้ำเต้า เช่นนี้...เยือกเย็น ฟังเสียงประกอบบรรยากาศอันเงียบเชียบ ทั้ง ๆ ที่ผู้คนล้นหลามมากมาย หลายคนหน้าซีดเหงื่อซึมเต็มใบหน้า

ทันใดนั้น เพชฌฆาตอีกนายหนึ่งก็ปรากฏร่างขึ้น แต่งกายเหมือนกันทุกอย่างรวมทั้งท่าร่ายรำ
ทั้งสองต่างรำดาบเข้าใกล้นักโทษหญิง และหมุนเวียนไปมารอบ ๆ นางซึ่งถูกมัดติดกับหลักประหาร ดาบในมือหวดฟาดอากาศเสียดังวี้ด ว้าด ใกล้นักโทษเข้าไปทำให้ผู้มามุงดูเกิดประสาทเครียด

บางตอนทำสืบเท้าเข้าไปทำท่าเหมือนจะลงดาบบนคอ แต่กลับหยุดชะงักถอยห่างไปอีก บรรยากาศครอบงำ ผู้มาดูการประหาร เหมือนโดนมนต์ขลังสะกดให้ยืนนิ่ง เบิกตากว้าง หายใจไม่ทั่วท้อง
 
และแล้ว ภาพสุดท้ายอันสุดจะหวาดเสียวก็เกิดขึ้น ขณะที่นักโทษจ้องดูเพชฌฆาตที่ร่ายรำดาบอยู่เบื้องหน้าของนางอย่างชนิดตาไม่กะพริบนั้น

นักโทษไม่ได้เฉลียวใจเลยว่า ทางเบื้องหลังนั้น อีกเพชฌฆาตหนึ่ง กำลังย่องกริบเข้ามาใกล้ ดาบในมือคมกริบขาววับเงื้อสุดแขน แล้วฟันฉับลงไปที่ต้นคออย่างสุดแรงและรวดเร็ว
เสียงกรี๊ดกร๊าดของผู้ที่มาดูที่เป็นผู้หญิงดังไปทั่วบริเวณ กลบเสียงกลองที่บรรเลงเพลงดาบสังหารให้หยุดในทันที
ศีรษะของนักโทษห้องตกลงไปแนบติดอก โดยที่ยังไม่หลุดออกจากบ่า เลือกจากเส้นเลือดใหญ่พุ่งกระฉูดจากลำคอเหมือนน้ำประปาท่อแตก เสื้อผ้าสีขาวของนักโทษ เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานของเลือก ดวงตาที่อยู่ในศรีษะซึ่งถูกตัดห้อยลงมา กลอกกลิ้งลูกนัยน์ตากระพริบติด ๆ กัน แขนขามีอาการชักกระตุกอยู่ครู่หนึ่งก็หยุด
 
เป็นช่วงเดียวกันกับที่ เพชฌฆาตมือ 2 ก็ปราดเข้ามารวบผมของนักโทษ แล้วใช้ดาบเชือดคอจนหลุดจากบ่า ยกชูสูงเพื่อให้คนอื่นที่มาดูสิ่งที่น่าหวาดเสียว
 
การถอดโซ่ตรวน ก็ใช้ขวานฟันฟาให้ขาด เสียงขวานกระทบกระดูกหน้าแข้งให้ขาดดัง “โพล๊ะ”
บรรดาไทยมุงที่อยากรู้อยากเห็น พลัดตกจากต้นไม้ที่ลงทุนปีนขึ้นไปดูเพื่อจะได้เห็นภาพชัด ๆ


[ รวม Tag ทั้งหมด ]

 

 



เมนูหลัก



บทความทั่วไปเกี่ยวกับโหราศาสตร์