ชื่อนั้นสำคัญไฉน?

 

ความเชื่อเรื่องอิทธิพลของชื่อนั้นเกิดขึ้นมากับสังคมของมนุษย์นานนับร้อยๆปีแล้วนัยว่าเริ่มตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายหากยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าประมาณพ.ศ.ไหน?แต่เชื่อว่านำมาจากหลักการตั้งนามฉายาของพระภิกษุผสมผสานเข้ากับตำรา"ทักษาปกรณ์"ของหมอดู อันวิชานามศาสตร์หรือวิชาโหราเลขศาสตร์ที่ท่านกำลังศึกษาอยู่นี้เป็นศาสตร์ที่พยากรณ์ชีวิตโดยคำนวณจากกำลังของตัวอักษร,พยัญชนะของชื่อและนามสกุลแล้วนำมาถอดค่าให้เป็นรหัสตัวเลขหรือกลุ่มของดวงดาว ประกอบด้วยตัวเลข๒หลัก๓คู่สรุปออกมาเป็นบทพยากรณ์ชะตาชีวิต(เรียกว่าปูมโหร) 

วิชาโหราเลขศาสตร์นี้ในต่างประเทศเป็นต้นกำเนิดก่อนประเทศไทยและยังคงให้ความนิยมต่อเนื่องกันมาจนถึงปัจจุบัน สำหรับในประเทศไทยของเราท่านโหราจารย์ที่เป็นผู้ริเริ่มศาสตร์นี้ท่านแรกได้แก่ท่าน"อาจารย์พลูหลวง"(ตำราเลขศาสตร์ฉบับแรกตีพิมพ์ขึ้นเมื่อพศ.2517)ซึ่งนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่ในวงการโหราเลขศาสตร์ของไทย
 
ในประเทศไทยมีหลากหลายตำราเกี่ยวกับเรื่อง"นามศาสตร์"เช่นตำราทักษาปกรณ์ซึ่งในหลักตำรานั้นจะให้ความสำคัญเรื่องของวันเกิดของเจ้าชะตาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเช่นเกิดวันอาทิตย์,วันจันทร์,วันอังคารฯลฯ แล้วมากำหนดว่าตัวอักษรของชื่อที่ดีต้องไม่มีตัว“กาลกิณี”ถ้าเป็นเพศชายควรใช้อักษรวรรคเดชนำหน้าถ้าเป็นเพศหญิงก็ควรใช้อักษรวรรคศรีนำหน้า(ซึ่งตรงนี้มีอาจารย์หลายท่านได้วิจารณ์เรื่องนี้ไว้ว่าเป็นความเข้าใจแคบๆหรือเข้าใจผิดๆของหมอดูผู้ตั้งชื่อบางคนแถมยังเผยแพร่ความเข้าใจผิดๆนั้นออกไปอีกด้วย)

ปัจจุบันมีหนังสือตั้งชื่อโดยยึดหลักทักษาปกรณ์นี้วางขายอยู่มากมายในท้องตลาดแต่ก็มักมีคำถามหลังจากที่ได้อ่านหนังสือนี้ว่าแล้วถ้าเราไม่รู้ว่าเราเกิดตรงกับวันอะไร?เราจะรู้ได้อย่างไรว่าอักษรในชื่อของเราจะถูกโฉลกกับชะตาชีวิตของเราหรือไม่? อีกทั้งเรื่อง"นามสกุล"ต้องนำมาเป็นปัจจัยในการตรวจดูด้วยหรือไม่?
 
และยังมีเรื่องขวัญของชื่อ,กำลังเทวดาหรือเทวดาเสวยอายุหรือกำลังวัน,เรื่องอักษรหลาวเหล็กMagnetic javelinซึ่งกล่าวถึงเรื่องตัวอักษรที่อยู่ในทิศยามเกิด(ยามอัฏฐกาล),เรื่องค่าอายตนะ6 ฯลฯ
 
การตั้งชื่อให้ดีนั้นไม่ง่ายอย่างที่คิดและชีวิตก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำแปลของชื่อนั้นเช่นคนชื่อบุญส่งก็ไม่ได้หมายความว่าบุคคลคนนี้เมื่อเกิดมาแล้วจะมีบุญมาหนุนมาส่งให้กับชีวิตเขาจนประสบความสำเร็จ,ยิ่งใหญ่,ร่ำรวย ตลอดไป..เพราะมื่อถอดรหัสของชื่อ“บุญส่ง” ออกมาตามหลักเลขศาสตร์จะพบว่าในชื่อนั้นมีกำลังของดวงอาทิตย์(๑)และดาวเสาร์(๗)ร่วมกัน 

ในส่วนที่ดีคือส่งผลให้เจ้าชะตามีสติปัญญาแตกฉานมีอำนาจโดดเด่น แต่เจ้าชะตาก็ต้องโดนอิทธิพลของดาวราหูเบียดเบียน(๑+๗=๘ดาวราหู) ทำให้เป็นคนเชื่อคนง่าย ยุขึ้น ชีวิตมักถูกทรยศหักหลัง เบียดบังความดีความชอบตลอด ชีวิตต้องตกจากตำแหน่งในหน้าที่การงานได้ง่าย ฯลฯ