อาถรรพณ์ต่างๆ

อาถรรพณ์ต่างๆ
 
การไว้หนวดคือสัญญานของความพ่ายแพ้และอัปราชัย
จากบันทึกในประวัติศาสตร์ปรากฏว่าบุคคลสำคัญที่ไว้หนวด ชีวิตมักมีมุมหักและประสพความพ่ายแพ้ไม่ว่าจะในการแข่งขันใดๆ เช่น
 
ฮิตเล่อร์ นำชาติเยอรมันนี เข้าสู่ความล่มจม แพ้สงครามอย่างยับเยิน เมื่อคราวสงครามโลกครั้งที่สอง
 
พระเจ้าไกเซอ จักรพรรดิของเยอรมันนี ก็นำชาติแพ้สงครามโลกครั้งที่หนึ่งเช่นกัน พระองค์มีพระมัสสุงดงามมาก
 
ชาลี แชปปลิน ไว้หนวดจิ๋มแบบฮิตเล่อร์ ต้องกลายเป็นคนไร้ประเทศ และถูกชาติอเมริการังเกียจ

คล๊าค เกเบิล พบความวิปโยคอย่างใหญ่หลวง เมื่อภรรยาซึ่งเป็นดาราภาพยนตร์มีชื่อเสียง ยอดรักของเขาถึงแก่กรรมด้วยเครื่องบินตก ชีวิตของเขาไร้ความสุขแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
 
พระเจ้าซาร์นิโคลาสที่สอง ผู้มีพระมัสสุงดงาม ถูกโค่นอำนาจโดยพวบบอลเชิวดและต้องถูกปลงพระชนม์ด้วย
 
กษัตริย์ไทยสองพระองค์มีพระมัสสุเป็นสัญลักษณ์ประจำพระองค์ องค์หนึ่งต้องสูญเสียดินแดนเกือบครึ่งราชอาณาจักร อีกพระองค์หนึ่งต้องสูญเสียพระราชอำนาจและต้องสละราชบัลลังก์ในที่สุด
 
นักมวยไทย ชั้นแชมเปี้ยนสองคนต้องพลาดอนาคตอันงดงาม ชีวิตดับวูบลงเพราะไว้หนวดก่อนชกทั้งทั้งๆ ที่ไม่เคยไว้หนวดมาก่อน
คนแรกคือ พันทิพย์ แก้วสุริยะ แพ้น้อคเอาท์แก่ชาติชาย เชี่ยวน้อย
คนที่สอง คือ อดีตแชมเปี้ยนโลกรุ่นฟลายเวท ชาติชาย เชี่ยวน้อย ต้องแพ้เทคนิเกิล น้อคเอาท์ แก่อลาคราน ทอร์เรส นักมวยเม็กซิโก สูญเสียตำแหน่งไป เพราะทั้งสองคนไม่เชื่อในโชคลาง โดยเอาไว้หนวดก่อน ชกเป็นครั้งแรกในชีวิต
พระเยซัส ไครส์ ผู้มีทั้งหนวดและเครางาม ต้องสิ้นชีพโดยถูกทหารโรมัน จับตรึงไม้กางเขน
 
แวนก๊อก เซซานและโกแกง สามจิตรกร นามกระเดื่องโลก ชาวฝรั่งเศส ต้องจบชีวิตลงอย่างทุกข์ทรมานแสนสาหัส เพราะทั้งสามคนไว้หนวดเคราตลอดชีวิต
 
สาวพรหมจารี
ชาวโรมันโบราณถือว่า สาวพรหมจารี คือผู้บริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ จึงมีการคัดเลือกสาวพรหมจารี จากตระกูลขุนนางเอาไปเฝ้าเทวสถาน และประกอบพิธีปรนนิบัติเทพเจ้า

ต่อมาชาวยุโรปนับถือศาสนา คริสเตียน ก็ยังคงยกย่องสาวพรหมจารีอยู่ หญิงใดที่ไม่เคยผ่านมือชายเลยตลอดชีวิตเมื่อตายแล้ว กระดูกกลายเป็นของศักดิ์สิทธิ์ มีผู้เคารพบูชากัน และบางทีถือว่าเป็นเครื่องรางของขลังด้วย

ในพิธีศาสนาของพวกอนารยะชนต่างๆ จะมีอยู่บ่อยๆ คือเอาสาวพรหมจารีไปสังเวยสัตว์ร้าย ในอินเดียโบราณจะมีประเพณี เอาสาวพรหมจารีไปโยนแม่น้ำ เพื่อมิให้เทพผู้คุ้มครองแม่น้ำพิโรธ บันดาลให้เกิดอุทกภัย ประเพณีนี้นับว่าเป็นประเพณีโบราณดั้งเดิมของมนุษย์ เพราะปรากฏว่า จีนโบราณก็นิยมเอาสาวพรหมจารีไปสังเวยแม่น้ำด้วยเช่นกัน

พิธีราชาภิเษกของอินเดีย มีกำหนดให้สาวพรหมจารีหลั่งน้ำบนพระเศียรถวายอภิเษก
 
รก
ฝรั่งเชื่อถือว่า รกของผู้ใดถ้าเก็บรักษาไว้ติดตัวจะเป็นเครื่องรางของขลังพิเศษป้งกันจมน้ำตายได้
 
ห้ามให้อาวุธหรือของมีคม
โบราณถือกันนักว่า อย่าให้อาวุธหรือของมีคมแก่ผู้ใด เพราะจะทำให้ผู้นั้นได้รับอันตรายจากอาวุธ ข้าพเจ้าเคยสังเกตมาหลายครั้ง ตลอดจนจากประสพเหตุการณ์ด้วยตนเองมาแล้วว่า หลังจากมีผู้ให้มีดไม่กี่วัน ผู้รับจะถูกของมีคมบาด รับอันตรายมาก นับว่าเป็นเรื่องอันมหัศจรรย์อย่างหนึ่ง 
มีเคล็ดอยู่ว่า ต้องให้เงินแก่ผู้ให้สักเล็กน้อย จึงจะไม่ได้รับอันตราย
 
เห็ดมีพิษกันแล้วตาย
การเข้าป่ามีวิธีสังเกตว่าเห็ดที่มีพิษกันตาย มีลักษณะดังนี้ คือ ส่วนใหญ่พบในที่ต่ำ เห็ดไม่มีพิษมักขึ้นในพื้นที่สูงกว่า
 
หางช้าง งาช้าง แก้เสนียดจัญไร
หางช้างเขาเอามาทำแหวนพิรอด แก้เสนียดจัญไรได้
 
ม้ารู้ใจเทพเจ้า
ชาวยุโรปแถบเหนือ จะสังเกตการณ์บินและเสียงร้องของนก เป็นเครื่องบอกโชคลางทั้งดีและร้าย และเสียงม้าร้องก็สามารถบอกให้เราทราบอะไรต่ออะไรได้ ผู้ชำนาญจะสังเกตเสียงม้าร้องอย่างถี่ถ้วน และแปลความหมายได้ เพราะถือกันว่าม้านั้นรู้ใจเทพเจ้า
 
ไม้ที่ใช้ทำเรือในแถบภาคตะวันออกของไทย
นายกิมเฮียง สังขสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญทางการต่อเรือใบขนาดใหญ่ ได้กล่าวถึงความสำคัญของไม้ที่นำมาสร้างเรือจะต้องเลือกสรร ดังนี้
กงเรือ ต้องใช้ไม้กระทึง เพราะเป็นไม้ที่เหนียวคงทนยิ่งกว่าไม้ใดๆ ต้นไม้ชนิดนี้มักขึ้นแถบชายฝั่งทะเล
 
ลูกปะสัก ที่ใช้แทนตะปู ต้องเป็นไม้แสมสาร
พื้นกระดานปูเรือ ต้องไม้ตะเคียน
ถ้าได้ไม้ดังนี้ จึงจะยกย่องกันว่าเป็นยอดของเรือโดยแท้
 
งูเห่ากลัวมะนาว
ผู้พกมะนาวติดตัวไปในป่า งูเห่าจะไม่กล้ากัด วิธีจับงูเห่า เขาเอาลวดปักลงไปบนมะนาวผูกเชือกหย่อนลูกมะนาวกลิ้งลงไปในรูงู แล้วขุดตามไปจะพบงูเห่านอนงอก่องอขิงให้จับง่ายๆ
 
พืชศักดิ์สิทธิ์
พราหมณ์ ถือว่าหญ้าคาเป็นหญ้าทิพย์ เกิดที่ไหนไม่มีวันตายถือว่าเป็นหญ้าเทวดา ใช้ในการเอามาปะพรมน้ำมนต์
ใบมะตูม ใช้แช่น้ำมนต์ในงานมงคลทั้งปวง พวกพราหมณ์ถือกันมานานแล้วด้วยใบมันเป็นสามแฉกคล้ายตรี อาวุธของพระผู้เป็นเจ้า ถือกันว่าถ้าหญิงมีท้องหรือมีประจำเดือน เดินมาใกล้ต้นมะตูม ต้นไม้นี้จะตาย ด้วยถือว่าเป็นต้นไม้บริสุทธิ์ของพระเป็นเจ้า
 
พรายทะเล
ชาวเรือเคยร่ำลือถึงพรายทะเลมานานแล้ว เล่ากันว่าเจ้าพรายทะเลนี้จะมาปรากฏตัวในขณะเรือใกล้จะแตก เป็นลางบอกให้รู้ตัว คนที่เรือแตกรอดตัวแล้วกลับมาเล่าให้คนฟัง แต่ส่วนใหญ่คนสมัยนี้ไม่มีใครเชื่อ อันที่จริงเจ้าพรายทะเลนี้ทั้งฝรั่งมังค่าและชาติที่เป็นชาวเรือเก่งกาจแต่สมัยโบราณจะรู้จักดีทั้งนั้น เพราะมันจะออกมาปรากฏตัวก่อนเรือจะอัปปางด้วยพายุร้ายอยู่เสมอ

ข้าพเจ้าได้รับคำบอกเล่าจาก นายศิลปะ สังขสุวรรณ ว่าเมื่อปีจอ พ.ศ.2479 นายศิลปะได้ไปกับเรือใบขนาดใหญ่ออกจากกรุงเทพฯ บรรทุกสินค้าไปขายที่สิงคโปร์ เมื่อออกทะเลไปไม่นานก็โดนพายุอย่างหนัก หลายวันหลายคืน ท้องฟ้าและทะเลเป็นสีดำน่ากลัว ลูกคลื่นแต่ละลูกขนาดมหึมากระแทกเรือซึ่งพึ่งสร้างใหม่ๆ แข็งแรงแตกร้าว น้ำไหลเข้าเรือต้องช่วยกันสูบน้ำจนไม่มีเวลาพักผ่อน ส่วนใบเรือขาดวิ่นไปหมดทุกใบ จนกระทั่งในวันที่ 5 ของพายุอันร้ายกาจนั้น แม้จะเป็นเวลากลางวัน แต่ฟ้าและทะเลยังคงดำทะมึนน่ากลัว ทุกคนได้เห็นพรายทะเลร่างเป็นลูกไฟดวงกลมขนาดผลส้มโอ ลอยมาเกาะปลายเสากะโดงเรือและสักครู่ใหญ่ก็ลอยมาอีกสองดวงมาเกาะที่ปีกไม้ขวางยอดเสาทั้งสองข้าง ทุกคนรู้ดีว่านั่นเป็นสัญญาณมรณะ บ่งถึงว่าเรือจะอัปปาง เมื่อเรือแล่นมาถึงบริเวณอ่าวระโนด ตำบลจะทิ้งพระ เรือก็แตกที่นั่น นายศิลปกับพี่ชายและลูกเรืออีกหลายคนรอดชีวิตขึ้นฝั่งที่อ่าวนั้นได้

ต่อมาข้าพเจ้าได้มีโอกาสพบกับนายกิมเฮียง สังขสุวรรณ พี่ชายของนายศิลปะซึ่งเป็นเจ้าของเรือร่วมไปกับการเดินทางคราวนั้น นายกิมเฮียงกล่าวยืนยันว่า ทุกคนเห็นเจ้าตัวพรายทะเลนั้นอย่างชัดเจน และยังบอกรายละเอียดอีกว่า แสงของเจ้าตัวพรายทะเลทั้งสามสว่างโชติช่วง ราวกับตะเกียงเจ้าพายุ เป็นเรื่องแปลกประหลาดมาก

ผู้ชำนาญการทะเลเล่าสืบต่อกันมาว่า ถ้าพรายทะเลมาปรากฏตัว ให้เอาน้ำมันหมูสาดไปที่ตัวมัน มันจะหนีหายไป แต่จะต้องมีพิธีกรรมบางอย่างประกอบด้วย กล่าวว่าเจ้าตัวประหลาดนี้เป็นผีแขก มันจึงกลัวน้ำมันหมู

ปลาบึกใครได้กินจะมีโชคลาภ
ปลาบึกเป็นปลาน้ำจืดใหญ่ที่สุดในโลก มีแต่ในน้ำโขงแห่งเดียวเท่านั้น มีนิสัยชอบอาศัยในแหล่งน้ำนิ่ง เมื่อถึงฤดูแล้งชาวบ้านจะมาชุมนุมกันจับปลาบึก นับถือกันทั้งสองฝั่งโขงว่าปีหนึ่ง จะต้องมีพิธีใหญ่ทำการเซ่นวักอย่างใหญ่ แล้วจับปลาบึกนำมาแจกจ่ายให้กินกันทั้งหมู่บ้าน ถือกันว่าใครได้กินจะมีโชคลาภ เมื่อปี พ.ศ.2511 ชาวประมงที่หนองคายจับปลาบึกได้ตัวหนึ่ง หนักถึง 300 ก.ก. อันเป็นขนาดใหญ่มาก เจ้าของจับได้โดยวิธีลากอวน และได้แบ่งตัดขายไปกิโลกรัมละ 40 บาท ขายไปจนหมดคิดคำนวณแล้วราคาตัวหนึ่งเป็นหมื่นกันทีเดียว

วิธีแก้เคล็ดมิให้คนฆ่าตัวตาย
ท่านว่าผู้ที่กำลังกลุ่มใจ เกิดเบื่อโลกหรือโศกเศร้าเสียใจอย่างรุนแรง จนอยากจะฆ่าตัวตาย หากขืนปล่อยไว้เขาคงฆ่าตัวตายแน่ๆ ท่านว่ามีการแก้เคล็ดคือให้เอาหัวขวานทุบที่หัวแม่เท้าของผู้คิดจะฆ่าตัวตายอย่างเต็มแรง หรือทุบตัวเองที่กำลังจะคิดฆ่าตัวตาย วิธีนี้จะช่วยทำให้เขาไม่คิดฆ่าตัวตายอีกต่อไป เพราะมีความเจ็บและอารมณ์โกรธเข้ามาแทนที่เสียแล้ว
 
การแก้คางทูม
วิธีแก้คางทูม ให้คนที่เกิดปีขาล เอาพู่กันจุ่มหมึกจีนเขียนคำว่าโฮ้วลงไปบนคางทูม จึงจะหาย มีเคล็ดอยู่ว่าต้องเป็นคนเกิดปีขาลด้วย

ลางที่แสดงว่าควายจะหาย
ชาวชนบทมีข้อสังเกตเกี่ยวกับลางที่แสดงว่า ควายจะหายดังนี้
1. มีเสียงทำจมูกฟืดในเวลากลางคืน
2. ร้องแงะๆ แงๆ เวลาดึก
3. นอนตีหางแปะๆ
 
การจาม
โจรอินเดียสมัยโบราณพวกหนึ่งชื่อว่าพวกลัก มันจะปล่อยเหยื่อที่ถูกจับคุมขังไว้ทันที ถ้าผู้นั้นจามออกมา
ชาวอินเดียนแดงบางเผ่ามีประเพณีว่า ถ้าหัวหน้าเผ่าจามออกมา บรรดาบริวารจะต้องถวายพระพรและแสดงความเคารพทันที และกล่าวว่า “ขอให้พระสุริยเทพจงอยู่กับท่านและคุ้มครองท่านเถิด”

ชาวป่าพวกหนึ่งเชื่อกันว่า ผู้ที่จามออกมา แสดงว่าภูตผีปีศาจกำลังเดือดร้อนอยู่ภายใน และรีบเร่งจะออกจากจมูกของผู้นั้น ชาวแอฟริกันเผ่าหนึ่งมีธรรมเนียมว่า เมื่อพระราชาแห่งโมโหนโมตาปาจามออกมา ข้าราชบริพารในที่นั้นจะต้องเปล่งเสียงถวายพระพรออกมาทันที

ตำราญี่ปุ่นเล่มหนึ่งกล่าวทำนายถึงการจามไว้ว่า
ถ้าจามครั้งเดียว แสดงว่าถ้าประสงค์สิ่งใดจะสมปรารถนา
หากจามสองครั้ง จะได้รับข่าว
จามสามครั้ง อากาศวันนั้นปลอดโปร่งดี
จามสี่ครั้ง จะมีผู้มาเยี่ยมท่าน

เคล็ดของเรือผี
เรือผีเป็นเรือแจว รูปร่างเรียวยาว ตั้งแต่กราบเรือด้านซ้ายตรงหัวเรือมาจนท้ายเรือจะมีแผงไม้กระดานทาสีขาว กว้างประมาณ 1 เมตร ขนานไปกับลำเรือ ส่วนกราบขวามือจะตั้งตะแกรงตลอดแคมเพื่อกันปลากระโดดออก นักจับปลาจะแจวเรือไปยังที่เปลี่ยวมืด เมื่อเสียงแจวกระทบน้ำปลาจะตกใจกระโดด ไถลกระดานสีขาวนั้นลื่นเข้ามาในเรือ เป็นการจับปลาโดยไม่ต้องออกแรง นอกจากแจว เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว เขามีเคล็ดว่า จะต้องปล่อยปลาลงน้ำหนึ่งหรือสองกำมือเสมอ ไม่เลือกว่าจะเป็นปลาเป็นหรือตาย ว่ากันว่าเป็นการแบ่งให้ผีน้ำกินเสียก่อน ที่จะเอาไปเป็นประโยชน์ของตน เพราะชื่อเรือคือเรือผี จึงต้องแบ่งให้ผีกินเสียบ้าง

การจับเสือสมิง
เสือสมิงมีอยู่สองประเภท คือ ประเภทแรกเป็นเสือโคร่ง ซึ่งกินคนมามาก ปีศาจผู้ถูกเสือกินสิงสู่อยู่ในตัวเสือ ทำให้กลายเป็นเสือสมิง ประเภทที่สอง คือคนดีๆ นี่เอง เอาน้ำมันเสกเสือสมิงทากายเขข้า ก็กลายเป็นเสือสมิง ผู้ที่ต้องการจับเสือสมิงประเภทนี้มีวิธีจับง่ายๆ คือเอาไม้คานตีที่เสือสมิงก็จะกลายเป็นคนทันที หรือมิฉะนั้นก็ให้ค้นหารอยเท้าให้พบ แล้วเอากะลาครอบรอยเท้าก็กลับเป็นคนได้ วิธีนี้จะแก้ได้ก็ต่อเมื่อเสือนั้นยังไม่กินคน ถ้ากินรังควานทับเสือแล้วก็ไม่อาจจะแก้ได้ นอกจากจะใช้คาถาอาคมแก้กันเท่านั้น

ต้นมะยมโบราณท่านห้ามลอดจะเป็นบ้าถ้าถูกหมาบ้ากัด
ใครถูกหมาบ้ากัด ในระหว่างยังรักษาตัวอยู่นั้น ท่านห้ามเดินลอดใต้ต้นมะยมอย่างเด็ดขาด จะรักษาไม่หายและจะเป็นโรคพิษสุนัขบ้า
ผลไม้ต้องห้ามของคนเล่นเครื่องรางของขลัง

ผู้เล่นเครื่องรางของขลัง หรือสักอักขระคาถาอาคมไว้ ท่านห้ามมิให้กิน มะเฟือง ละมุด และน้ำเต้า อย่างเด็ดขาด ว่าจะทำให้คาถาและของดีที่มีอยู่เสื่อมถอยลง แบบเดียวกับห้ามมิให้ลอดราวผ้านุ่งของผู้หญิง

คนโบราณเมื่อฟ้าเลบต้องส่งเสียงกู่
ตามชนบทที่ห่างไกลจากความเจริญ ยังถือธรรมเนียมโบราณอยู่ เมื่อฟ้าแลบครั้งไร จะต้องกู่ส่งเสียงลั่นทุกครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อให้รามสูรได้ยินเสียงว่ามีคนอยู่ตรงนั้น จะได้ไม่ขว้างขวานลงมาสุ่มสี่สุ่มห้า ให้คนพลอยตายไปเปล่าๆ รับเคราะห์แทนนางมณีเมขลา

เอาตัวแม่หม้ายมาห้ามมิให้ฝนตก
สมัยโบราณ เมื่อท่านจะมีงานทำบุญ หรือเฉลิมฉลอง หากฝนฟ้าทำท่าจะตกลงมาทำให้งานเสียหายท่านจะหาตัวแม่หม้ายมา แล้วปลูกต้นตะไคร้ที่ตีนบันไดบ้านเอาปลายฝังดิน โคนชี้ฟ้า ท่านว่าฝนจะไม่กล้าตก

ห้ามโขลกครกเปล่าๆ
คนโบราณถือกันว่า ถ้าเอาสากกะเบือ (สมัยใหม่เรียกว่า ไม้ตีพริก) มาตำกับครกเปล่าๆ จะเป็นอัปมงคลไม่ควรทำ

ของต้องห้ามของคนปากบอน
คนปากบอน ท่านว่าเมื่อกินแกงบอนจะคันคอจนเป็นที่สังเกตกันว่า ถ้าใครกินแกงบอนคันคอแสดงว่าคนนั้นปากบอน

เขย่าต้นไม้เมื่อเกิดจันทรคราส
เมื่อเกิดจันทรคราส ท่านให้ไปเขย่าต้นไม้ว่า จะทำให้มีผลดก

ห้ามทักเวลาดาวร่วง
ถือกันว่า ดาวร่วงแสดงว่าผู้มีบุญจะมาจุติจึงห้ามมิให้ผู้ที่เห็นกล่าวทักออกมา ถ้ามีคนทักว่าจะไปเกิดในท้องสัตว์

เคล็ดของหมอดูไพ่ป๊อกชาวอิสลาม
เพื่อให้การพยากรณ์ไพ่ป๊อกแม่นยำ หมอดูไพ่ป๊อกชาวอิสลาม จะไปสร้างกุฏเล็กๆ แบบกรงนกขุนทอง เอาไปปักข้างหลุมศพของใครคนหนึ่งในป่าช้าแขกซึ่งเรียกว่ากุโบ เมื่อเสร็จธุระแล้ว จะต้องเอาไปเก็บไว้ที่เก่าตามเดิม ถ้าทายอย่างแม่นยำเหมือนจับวางถึงสามหน จะต้องทำลายไพ่นั้นเสียให้สิ้นซาก แล้วซื้อสำรับใหม่มาทำพิธีอีกเอาไปเก็บไว้ยังที่ๆ เคยเอาไว้ในกุโบนั้น

เคล็ดของการกินของที่มีความดัน
ดันบอน เป็นต้นไม้ที่ชาวไทยนิยมเอามาประกอบอาหารรับประทาน มีรสอร่อยวิเศษไม่เหมือนผักอื่นๆ วิธีเอาบอนมากินไม่ให้คันนั้น ท่านว่าต้องถอนบอนหรือตัดบอน เฉพาะต้นที่ขึ้นในน้ำ จะคันน้อยกว่าต้นที่ขึ้นบนบก และถือกันว่าระหว่างกำลังแกงบอน หรือปอกเปลือกบอนอยู่นั้น อย่าให้ใครพูดถึงเรื่องคันขึ้นมาเป็นอันขาด หากเผลอพูดขึ้นมาก็จะทำให้บอนคันทันที

ต้นบุกเป็นต้นไม้คันอีกอย่างหนึ่ง เมื่อตัดเอามาประกอบอาหาร จะต้องวางไว้ชิดกับฝาเรือน ระวังอย่าให้คนข้ามถ้าคนข้าม ก็จะทำให้บุกนั้นคันจนรับประทานไม่ได้

หัวต้นอุดตะพิด มีผู้นำมาปรุงอาหาร นิยมใช้แกงคั่วมีความคันมาก แต่นิยมกันว่ามีประโยชน์ เพราะผู้ใดเป็นโรคหวัดหรือหลอดลม หรือลำคอก็จะพลอยหายไปด้วย

เคล็ดของการกินกลอย
กลอยป่าเอามาปอกเปลือก ฝานเป็นแผ่นบางๆ เท่ากันแช่น้ำเกลือไว้ประมาณ 1 อาทิตย์ มีเคล็ดในการฝานว่า ชิ้นแรกและชิ้นสุดท้ายที่ฝานของทุกๆ หัวต้องทิ้งเสียจะป้องกันมิให้เมากลอย

แล้วเอากลอยไปแช่ในน้ำไหล 1 วัน เอามาใส่กระสอบทับน้ำอีก 1 วัน 1 คืน แล้วจึงนำมาประกอบเป็นอาหาร
เมื่อจะกินกลอย จะประมาทมิได้ คืออาจไม่หมดพิษเมาท่านว่าทดลองให้แมวกินเสียก่อน ถ้าแมวมันกินแสดงว่าคนกินได้ ชาวบ้านนอกจะหาปูนาปิ้งเตรียมพร้อมไว้ ถ้าเมากลอยก็หยิบปูนามากินจะแก้เมาได้ มีอีกวิธีหนึ่งคือ เอากลอยจืดปนลงไปในการปรุงอาหารนั้นด้วย จะแก้เมาเป็นอย่างดี

อำนาจของผ้าแดง
ญี่ปุ่นสมัยโบราณเชื่อกันว่า ถ้าปักธงแดงไว้หน้าบ้าน จะป้องกันโรคฝีดาษได้ ถ้าเป็นระยะที่โรคฝีดาษระบาด ชาวญี่ปุ่นจะเอาผ้าแดงมาทำเครื่องนุ่งห่ม และเครื่องตกแต่งบ้านทุกชนิด เพราะเชื่อว่าผีกลัวสีแดง

ไทยโบราณเราถือว่า ผ้าแดงเป็นสีของเจ้า คนสามัญจะเอามานุ่งห่มมิได้ มีกฎหมายโบราณระบุไว้ว่า
“อนึ่งผู้ใดทัดดอกไม้ และนุ่งผ้าแดง ผ้าชมพูไพระกำ...แลเข้าไปในสนวนประตู สนวนตะพาน สนวนในรั้วไก่ ในกาละบาตร แลหน้าพระที่นั่ง ประตูทับเรือก็ดี ฝ่ายผ้าเสื้อไซ้ ให้ฉีกเสีย”

ต้นหญ้ากระออมกันแมลงวัน
ต้นหญ้ากระออมเป็นเถาเล็กๆ ใบคล้ายใบมะระไทย เป็นต้นไม้ล้มลุก มีตามภาคกลางและภาคเหนือ ใบกลิ่นเหม็นเขียว เมื่อเอามาขยี้ดม ลูกมีสามแฉกมีเปลือกบางๆ หุ้ม ถ้าเอาเถาและใบมาคาดศีรษะเด็กขณะเป็นโรคตาแดง จะไม่มีแมลงวันหรือแมลงใดๆ ตอมตาเด็กเลย

ใบระหุ่ง และใบยี่โถไล่แมลงสาบและหนู
ถ้าเอาใบไม้สองอย่างนี้ตากให้แห้ง แล้วเอามาขยี้โรยไว้ตามทางเดินของหนูหรือตามซอกมุมต่างๆ ทั้งหนูและแมลงสาบจะหายไป ไม่กล้ากร้ำกรายมาอีกเลย

สมุนไพรแก้พิษงูอย่างชะงัด
มีต้นหญ้าอยู่ 3 ชนิดเป็นพันธุ์ไม้เลื้อยลำต้นเล็กๆ คือ
1. ต้นสารพัดพิษ (ใบคล้ายต้นหนอนตายอยาก ลำต้นสีแดง ใบก็สีแดงกว่า)
2. ต้นอนันตคุณ (ใบคล้ายกัน แต่สีเขียว ล้ำต้นเท่าตะเกียบ)
3. ต้นแสยม (อ่านว่าสะแหยม) บางแห่งเรียกว่านางกวัก เพราะใบหงิกงอเข้าหาลำต้น
สมุนไพรสามอย่างนี้ แก้พิษงูได้ เคยมีการพิสูจน์ที่สถานเสาวา ในสมัยหลวงทรงบุณยชาติยังสังกัดสมาคมปราบวัณโรคหมอแผนโบราณ ให้งูพิษกัดไก่แล้วเอายาสามชนิดมาปรุงผสมทาแผลไก่ที่ถูกงูกัด และให้กินเข้าไปด้วย ปรากฏว่าไก่รอดตายแต่งูกลับอ่อนเพลีย และถึงแก่ความตายในที่สุด แต่การพิสูจน์นี้ ปรากฏว่าแพทย์แผนสมัยใหม่พากันปิดบังไม่เปิดเผย ทำให้ยาแผนโบราณของเราไม่มีใครรู้จัก

เคล็ดเกี่ยวกับช้าง
ช้างถือหัว ห้ามไม่ให้เขกหัว ถ้าไม่ใช่เจ้าของไปเขกหัวมันเข้า มันจะเหยียบทันที เจ้าของบางคนมันก็สลัดร่างเช่นกัน
การสับช้างถ้าสับกลางกระหม่อม มันจะตายทันที ช้างจึงกลัวตะขอมาก
ช้างชอบคำพูดเพราะๆ ถ้าพูดไม่เพราะมันจะไม่กิน หรือมันจะโกรธ คนเลี้ยงช้างจะต้องปากหวาน
ถ้าเจ้าของพูดว่าจะขาย หรือขายไปบางตัวมันจะกลั้นใจตาย เพราะอารมณ์มันผูกพันอยู่กับเจ้าของ
ส่วนใหญ่ช้างกลัวพระ เมื่อเห็นพระมันจะกลัวเข้าใจว่าจะกลัวสีเหลือง
ช้างกลัวม้า ถ้าใครเอาม้าไปเข้าใกล้มันจะเดินหนี
ช้างเมื่อตายทั้งกลม คือมีลูกตายอยู่ในท้องด้วย เขาจะไปทำพิธีเจาะเอาน้ำมันที่กระหม่อม มาใส่ขวดเอามาบูชาไว้ในบ้าน
งาขนาย
คืองาของช้างพังเมื่อยังเล็กๆ อยู่ เมื่อมันสลัดงาออกแสดงว่ามันจะสืบพันธุ์ได้แล้ว งานี้เรียกว่างาขนาย มักนิยมเอามาขูดผิวแช่น้ำมันจันทน์ แล้วเสกคาถา “ช้างผสมโขลง”  จะเป็นเมตตามหานิยมดีเยี่ยม
ถ้าจะทำให้ช้างพลายเชื่องก็เอาน้ำมันจันทน์นี้ ทาอ้อยให้กินไม่กี่วันก็เชื่อง
ผู้ที่เคยเลี้ยงช้างมาแล้ว เมื่อถึงฤดูคล้องช้างไม่ว่าจะไปอยู่สารทิศใดจะต้องไปคล้องช้างเป็นประจำปี หากขาดไป 1 ปีก็จะเสียความขลังที่เคยมีหมด ในวงการควาญช้างจะขาดความนับถือกัน
งาขนายนี้มีราคามาก
พวกเลี้ยงช้างจะไม่ให้ใครเลยจะต้องเอาช้างมาแลกกันทีเดียว ควาญช้างถือว่างาขนายเป็นเครื่องรางประจำตัว ทำให้ช้างเชื่อง

กุมารทองประจำกระบอกปืน
วิธีทำคือ เอาลูกกรอกของสัตว์ที่ตายในท้องแม่ โดยต้องยิงแม่ของมันด้วยตนเอง เอามาเผาเป็นถ่าน แล้วเอาถ่านลูกกรอกดำรวมกับดินปืน ใส่ไว้ในปืนเอาบูชาพักหนึ่ง แล้วเทออกมาห่อเอาเก็บไว้ในที่สูง วิธีนี้จะมีกุมารทองที่กระบอกปืน
ผู้ใช้จะต้องเซ่นกุมารทองนี้อยู่เสมอ เช่นกำหนดไว้ว่าฆ่าสัตว์ได้ครบกี่ตัวจึงจะเซ่นไหว้ผีปืนสักครั้งหนึ่ง ซึ่งควรจะต้องทำเป็นประจำ เมื่อเข้าป่าหากเกิดเหตุร้ายก็จะมีผีกุมารทองมาคอยช่วยเหลือ หรือคอยเตือนภัยให้ และก็จะให้ลาภยิงสัตว์ได้มากอีกด้วย

นกฮูกบอกลางทางเป็นทูตมรณะ
นกฮูก หรือนกเค้าแมวตามปกติ มักจะไม่ค่อยปรากฏตัวให้ใครเห็น เมื่อมันไปเกาะยังบ้านใคร หรือที่ต้นไม้ใกล้บ้านใคร พึงระวังให้ดีจะต้องมีการตายเกิดขึ้นภายในบ้านนั้น

คุณนันทรัตน์ อุลุชาฏะ ได้เล่าให้ฟังว่า วันหนึ่งเธอกำลังรับประทานอาหารภายในห้องอาหาร แล้วมองออกไปทางนอกหน้าต่าง เห็นสัตว์ตัวขนาดใหญ่ตะคุ่มเกาะบนยอดเสาที่ปักโด่อยู่หน้าบ้าน จึงให้เด็กๆ ไปดูใกล้ๆ จึงเห็นได้ชัดว่ามันเป็นนกเค้าแมวขนาดเขื่อง เมื่อคนไปรุมดูมากเข้ามันจึงบินหนีหายไป วันรุ่งขึ้นสุนัขที่เลี้ยงไว้ ซึ่งเป็นสัตว์อันน่ารักเป็นที่โปรดปรานของคนทั้งบ้าน ก็เกิดอาการเจ็บหนักอาการเพียบอย่างรวดเร็ว รุ่งขึ้นก็ตาย นับว่าเป็นการตายอย่างกะทันหัน ยังความโศกเศร้าแก่ทุกๆ คนภายในบ้านอย่างยิ่ง

เคล็ดในวันสมรสของอเมริกัน
ชาวอเมริกันส่วนหนึ่ง นิยมสาดข้าวสาร และโยนรองเท้าตามหลังเจ้าสาว หรือสัมผัสช่อดอกไม้ของเจ้าสาว หรือเอาใบพลู 4 ก้านมาทัดหู จะทำให้คู่บ่าวสาวแต่งงานอยู่กันด้วยความสุขราบรื่นตลอดไป

ผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่เอารูปคนสามัญไปบูชาจะทำให้ผู้นั้นเคราะห์ร้ายยับเยิน
จากหนังสือ ซุยถังกล่าวว่า เมื่อหลีเอียนขุนนางชั้นผู้ใหญ่ของจีนเดินทางไปครองเมืองไทหงวน ระหว่างทางถูกโจรจำนวนมาก รุมปล้นและทำร้ายจวนจะเสียทีอยู่แล้ว บังเอิญขณะนั้น ซินซกโป๊ คุมนักโทษ จะไปส่งยังอีกเมืองหนึ่งผ่านมาพบเข้าจึงเข้าช่วยจนโจรแตกพ่ายไป เมื่อหลีเอียนไปถึงเมืองไทหงวนแล้ว ได้ส่งคนมาบูรณปฏิสังขรณ์วัดแห่งหนึ่ง ระหว่างหนทางที่ผ่านมานั้น และสร้างเก๋งหลังหนึ่งบรรจุรูปขงซินซกโป๊ไว้เป็นเครื่องบูชาคนที่ช่วยชีวิตไว้ ปั้นรูปไว้จนเหมือนทุกอย่างเรื่องนี้เองเป็นเหตุให้ซินซกโป๊เคราะห์ร้ายถูกฑัณทกรรม และเจ็บไข้ได้ป่วยหนักๆ ตลอดมา ภายหลังซินซกโป๊มาเห็นเข้าจึงขอร้องให้รื้อเก๋งทิ้งเสียก่อน เพราะตัวเองยังมีชีวิตอยู่เป็นอัปมงคล ซินซกโป๊ผู้นี้ภายหลังเป็นทหารเอกมีชื่อเสียงโด่งดังมาก และหลีเอียนต่อมาก็ได้ตั้งตนเป็นกษัตริย์จีนมีอำนาจมาก เป็นปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ถัง

ฝันกลายเป็นจริง
ซิเซโรนักการเมืองชาวโรมันถูกศัตรูขับไล่ออกจากโรม และได้ไปอยู่ยังเมืองอาตินา คืนหนึ่งฝันว่า
ได้ไปอยู่ยังที่กันดาร พบมาริยุซแต่งกายงดงามมีบริวารแวดล้อมเต็มที่ ได้เข้ามาถามว่า ทำไมเขาจึงหน้าตาเศร้าหมอง ซิเซโรจึงเล่าความคับแค้นใจให้ฟัง มาริยุซจึงจับแขนเขาไว้แล้วมอบนายทหารสำคัญคนหนึ่ง ให้พาไปที่โบสถ์ยูปิเตอร์ พร้อมกับกล่าวว่า บางทีท่านจะได้ข่าวดีจากที่นั่น
ต่อมาเหตุการณ์ได้พิสูจน์ว่าความฝันอันนี้ถูกต้อง เพราะต่อมาเมื่อมาริยุซได้เป็นหัวหน้าคณะผู้ปกครองกรุงโรม ก็ได้ประชุมกันในโบสถ์ยูปิเตอร์แล้วให้เชิญซิเซโรกลับโรม พร้อมด้วยเกียรติยศอันสูงส่ง

พระนางมารีอังตัวเนต ราชินีของฝรั่งเศส ฝันหลายครั้งว่าพระเจ้าแผ่นดิน คือพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 พระราชสามีของพระนาง กับตัวพระนางเองถูกมีดอันใหญ่เลื่อนลงมาตัดพระเศียร ซึ่งต่อมาเมื่อเกิดการปฏิวัติใหญ่ในฝรั่งเศส พระนางและพระราชสวามีถูกฝ่ายขบถปลงพระชนม์ด้วยเครื่องกิโยตินตรงตามความฝันทุกอย่าง

บิสมาร์กรัฐบุรุษของเยอรมันนี ได้ฝันว่าขี้ม้าไปตามทางแคบๆ เชิงภูเขาแอลป์สขวามือคือเหวลึก ด้านซ้ายล้วนแต่โขดหินทางยิ่งแคบเข้าทุกที จนม้าเดินต่อไปไม่ได้ จะหันกลับก็ต้องพลัดลงเหวอย่างแน่นอน เขาจึงเอาผ้าผูกคอ ฟาดกับก้อนหิน แล้วร้องให้พระเจ้าช่วย บันดลนั้นผ้าผูกคอก็ยืดยาวออกไปสุดสายตา โขดหินอันตันนั้นก็แยกออกเป็นทางกว้าง ทำให้เห็นทหารปรัสเซียนมีธงทิวสอนอยู่เบื้องหน้า
บิสมาร์ก เขียนเล่าความฝันนี้ทูลไปยังพระเจ้าแผ่นดิน นับตั้งแต่ฝันเช่นนี้ ฐานะอันลำบากของเขาและอุปสรรคอันใหญ่หลวงที่ขวางหน้าอยู่นั้น ก็ได้คลี่คลายดีขึ้นจนเขาทำการตั้งราชอาณาจักรเยอรมันนีจนสำเร็จ
 
ไข่ลูกยอดที่ติดอยู่บนบายศรีปากชาม
เมื่อเสร็จพิธีแล้ว ถือว่าไข่นั้นมีอาถรรพณ์ ใครที่ไม่มีบุตรชายถ้าได้กินเข้าไปก็อาจจะมีบุตรชาย หรือได้บุตรดี เพราะเคล็ดของคำว่า ไข่ลูกยอด คือจะได้ลูกที่ดีนั่นเอง
อะปอลโล่ 8 และอะปอลโล่ 12 มีอาถรรพณ์
จรวดสู่อวกาศและสู่ดวงจันทร์ของสหรัฐทั้งสองลำนี้มีอาถรรพณ์เกี่ยวกับชื่อของมัน คือเลข 8 เป็นเลขของราหู ถือกันว่าเป็นเลขร้าย ย่อมมีอุปสรรคนานาประการ และเลข 12 ก็ถือว่าเป็นกำลังของราหูมีสภาพเหมือนกับราหู เพราะเหตุนี้การยิงจรวดทั้งสองลำจึงมีอุปสรรคใหญ่ คือขณะกำลังยิงต้องฝ่าฝนที่ตกอย่างหนักขึ้นไปทั้งสองครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอะปอลโล่ 12 ยังโดนฟ้าผ่าอีกด้วย และการไปลงบนดวงจันทร์คราวนี้ก็ยังเลือกไปลงที่ทะเลแห่งพายุ อันเป็นชื่อที่ไม่สู้เป็นมงคลเหมือนกับเมื่อไปลงครั้งแรกบนทะเลแห่งความสงบ

ต้นไม้ฆ่าหนอน
ต้นไม้ชนิดหนึ่งชื่อต้นหนอนตายอยาก ชอบขึ้นในที่ชื้นแฉะ ถ้านำใบมาวางที่ปากไหปลาร้ามีหนอนมากๆ ภายใน 5 นาที หนอนในไหจะตายหมดสิ้น

สังเกตทิศจากตะไคร่น้ำเวลาเข้าป่า
เมื่อท่านเข้าไปหลงในป่าเวลากลางคืน ไม่สามารถจะสังเกตทิศทางใต้ มีเคล็ดอยู่ว่าให้ท่านพยายามเอามือคลำต้นไม้ที่ชื้นๆ หรือก้อนหินใหญ่ ถ้าตะไคร่น้ำจับหนาแน่นด้านใด ตรงด้านนั้นคือทิศเหนือ

ลับแลเมืองอาถรรพณ์ หญิงมักจะเป็นหม้าย
จากการสำรวจทะเบียนราษฎรของอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ปรากฏว่าส่วนใหญ่หญิงชาวลับแลมักเป็นหม้าย และมักจะสามีตายจากไปทั้งสิ้น จนได้สมญาว่าเมืองแม่หม้าย

ฤดูดอกสักบานห้ามเที่ยวป่า
ฤดูฝนต้นสักจะออกดอกหอมตลบไปทั้งป่า ป่าสักจะคลึ้มมีใบหนาแน่น ชาวป่าจะห้ามลูกหลานไม่ให้ออกป่าฤดูดอกสักบาน จะเป็นไข้ป่าร้ายแรง ซึ่งเรียกว่าไข้ดอกสัก (มาเลเรีย)

ให้ผู้หญิงขบลูกอัณฑะจะหายปวดหลัง
หมอโบราณถือเคล็ดกันว่า ถ้าชายใดเป็นโรคปวดหลัง เช่น กระสายต่างๆ ต้องให้ผู้หญิงใช้ฟันขบลูกอัณฑะคลึงไปมา แล้วอาการปวดหลังจะหาย ถือกันว่าอาการปวดนั้นแพ้ฟันผู้หญิง
 
ดนตรีกล่อมหอ
การบรรเลงดนตรีกล่อมหอในงานวิวาห์นั้น ผู้ฉลาดจะเลือกเอาแต่เพลงชื่ออันเป็นมงคล เพื่อให้เกิดศิริมงคลแก่เจ้าบ่าวเจ้าสาว เช่นนิยมใช้เพลง “เยี่ยมวิมาน 3 ชั้น” เป็นเพลงโหมโรง ต่อจากนั้นจึงจะเลือกเอาเพลงอันชื่อไม่เป็นอวมงคลมาเล่นลำดับต่อไป เพลงที่นิยมกันคือ แขกสาหร่ายเถา เพราะเนื้อร้องแสดงถึงความรักและความสุขสดชื่น เพลงที่จะขาดเสียมิได้คือเพลง “ตับอีแมน” เป็นเพลงตับได้มาจากเรื่องนิทราชาคริต ตอนวิวาห์ระหว่างอาบูหะซันกับนางนอซาตอลอัวดัด
จากเรื่อง “กล่อมหอที่บางขุนเทียน” ของสันตสิริ

บุตร 13 คน
ข่าวจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ 11 กันยายน 2512 นายทองหล่อ มากล้วนดีอยู่อาคารสงเคราะห์ ตึกแถวที่ 2 ห้อง 202/24 ภรรยาชื่อนางพิสมัย มีบุตรด้วยกัน 13 คน เมื่อเดือน 12 แรม 8 ค่ำ (ตรงกับวันที่ 12 พฤศจิกายน 2511) บุตรคนที่ 12 ของเขาชื่อ ด.ช.ปัญจะ ได้หายไปจากบ้าน ถูกคนร้ายบังคับให้ไปขอทานมาเลี้ยงแบ่งเงินเอาไปและให้นอนข้างถนน ต่อมานายวรุณ ครูโรงเรียนบูรณะวิทย์ไปพบเข้าจึงพาไปเลี้ยงและต่อมาให้ น.ส.พรทิพย์ ชุมสวัสดิ์ เลี้ยงอีกต่อหนึ่ง เด็กคนนี้ได้พบกับพ่อแม่โดยการช่วยเสาะแสงหาสถานที่อยู่จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2512 นี้ รวมเวลาที่จากบ้านไปเป็นเวลา 10 เดือนพอดี เป็นอาถรรพณ์ของเลข 13 เพราะบุตร 13 คน จะมีอันตรายเกิดขึ้นแก่คนใดคนหนึ่งเสมอ