ความเป็นมาโหราศาสตร์3

 

พระพรหม
โหราศาสตร์เป็นการทายหรือพยากรณ์ผลกรรมของมนุษย์โดยอาศัยดวงดาวเป็นเครื่องมือ  ตามหลักพุทธศาสนาที่แสดงไว้ในกัมมวิภังคสูตร ได้แสดงผลกรรมมนุษย์ไว้ กล่าวคือ มนุษย์บางคนเกิดมาอายุสั้น บางคนเกิดมาอายุยืน  บางคนเกิดมาขี้โรค บางคนเกิดมาสมบูรณ์แข็งแรง บางคนเกิดมามีผิวพรรณดี บางคนมีผิวพรรณหยาบทราม  

บางคนเกิดมาสมบูรณ์เพียบพร้อมด้วยทรัพย์สมบัติ บางคนก็ลำบากจนตายก็ไม่มีทรัพย์ติดตัวเลย บางคนมีสติปัญญาดี  บางคนโง่เขลาเบาปัญญา    โหราศาสตร์จะเป็นตัวบ่งชี้ผลกรรมและความเป็นไปของมนุษย์ในช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่ได้เป็นอย่างดี  และสามารถทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าของวิถีทางของมนุษย์ทั่ว ๆ ไปได้

ในสมัยพุทธกาลหรือเมื่อประมาณสองพันห้าร้อยปีมาแล้วกษัตริย์สมัยนั้นมักจะตั้งพราหมณ์เป็นที่ปรึกษาเทางราชการ เพราะพราหมณ์จะเป็นผู้มีความรอบรู้ในเรื่องฤกษ์ยาม นักขัตตบาทต่างๆและพวกพราหมณ์เองก็สำคัญตัวเองว่าพวกตนเป็นสื่อของเทพหรือเป็นตัวแทนของเทพเจ้าบนสุดเขตชั้นฟ้า  
 
 
ยังมีพระภิกษุกลุ่มหนึ่งได้ไปบำเพ็ญสมณธรรมอยู่ในป่าไปพบโจรกลุ่มหนึ่งผ่านมาถามว่า วันนี้พระจันทร์กอร์ปด้วยนักขัตฤกษ์อะไร พระภิกษุกลุ่มนั้นตอบไปว่าไม่รู้พวกโจรจึงสงสัยว่าชนเหล่านี้มิใช่สมณะพราหมณ์หรือคงไม่ใช่นักบวชที่แท้จริงจึงไม่รู้เรื่องนักขัตตบาทบางทีอาจจะเป็นพวกโจรอีกกลุ่มหนึ่งก็ได้ว่าแล้วโจรเหล่านั้นก็เข้ารุมทำร้ายพระภิกษุกลุ่มนั้น

ความเรื่องนี้ทราบถึงพระพุทธเจ้าพระองค์จึงทรงมี พระพุทธฎีกาให้ประชุมพระภิกษุสงฆ์ แล้วโปรดอนุญาต ให้ภิกษุสงฆ์ต้องเรียนรู้วิชานักขัตฤกษ์หรือเรื่องฤกษ์ยามต่างๆ ซึ่งนอกจากจะได้รู้เรื่องเวลาทำอุโบสถสังฆกรรมอันเป็นกิจในพระพุทธศาสนาแล้ว(ถึงได้มีชื่อ/วัน/เดือน/ปีและฤกษ์แสดงไว้ท้ายบอกวัตรพระ)ยังเป็นการรักษาตนให้พ้นอันตรายจากโจรป่าอีกด้วย