คำอธิบายคำต่างๆในตารางทักษาปกรณ์
บริวาร หมายถึง มีคนในการอุปการะดี ผู้ใต้บังคับบัญชาดี มิตรสหายบุตรหรือคนรักดี อายุ หมายถึง มีความเป็นอยู่ดี มีสุขภาพดี มีอายุมั่นขวัญยืน เดช หมายถึง มีเกียรติ มีอำนาจ มีวาสนา มีบารมี มีคนให้ความเคารพนับถือ ศรี หมายถึง มีเสน่ห์ มีคนรักใคร่เมตตา มีคนศรัทธา สิ่งอันเป็นมงคล มูละ หมายถึง มีทรัพย์สิน มีหลักทรัพย์ มีมรดก มูลค่าที่เพิ่มพูนขึ้น อุตสาหะ หมายถึง มีความขยันหมั่นเพียร มีความมานะพยายามดี มนตรี หมายถึง สำเร็จในหน้าที่การงาน ได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ผู้ใหญ่เกื้อหนุนดี กาลกิณี คือสิ่งอัปมงคลทั้งหลาย ชีวิตมีศัตรูมากมีคู่แข่งมากมีอุปสรรคในการดำเนินชีวิต
|
|
|
|
เรื่องที่ถกเถียงกันบ่อยกรณีตั้งชื่อด้วยหลักทักษาปกรณ์
|
|
| เป็นเรื่องที่คนกลุ่มหนึ่ง มักตีขลุม หรือเข้าใจกันแบบผิดๆ และบ่อยๆ คือ |
|
| -ชื่อที่ดี ต้องมีเดชมากๆ (จะได้มีคนเกรงขามเยอะๆ) |
| -ชื่อที่ดี ต้องมีศรีมาก ๆ (จะได้มีเสน่ห์มากๆ) |
| -ชื่อที่ดี ต้องมีบริวารมากๆ (จะได้มีลูกน้องบริวารดีเยอะๆ) |
| -ชื่อที่ดี ต้องมีมูละมากๆ (จะได้ร่ำรวย มีทรัพย์สินมากๆ) |
-ชื่อที่ดี ต้องมีอายุมากๆ (จะได้สุขภาพดี อายุยืน)
|
และมีบางคนเชื่อถือหลักการตั้งชื่อแบบทักษานี้แบบแปลกๆ(ไม่รู้ว่าไปอ่านเจอในตำราเล่มไหน) ว่าต้องใส่ตัวอักษรเข้าไปในชื่อให้ครบทั้ง7วรรค7อย่าง คงเข้าใจว่าเป็นการเติมเต็มให้กับชีวิต.. ด้วยเหตุนี้ชื่อของคนบางคนจึงออกมาค่อนข้างจะพิสดาร(ชนิดขั้นเทพ) ชื่อสะกดยากมาก..ซึ่งในอนาคตอาจมีปัญหากับเจ้าตัวเองแบบคาดไม่ถึงเช่น เจ้าหน้าที่อำเภอหรือไปรษณีย์ระบุชื่อผู้รับเงินธนาณัติไม่ตรงกันทำให้รับเงินไม่ได้.. |
|
| -ชื่อที่ดีไม่ควรมีอุตสาหะ เพราะจะทำให้มีอุปสรรคหรือเหนื่อย.. |
|
| (บรรทัดสุดท้ายนี้สำคัญ เถียงกันมาเยอะ ขอขยายความสักหน่อยเถอะ..) |
เรื่องวรรคอุตสาหะนี้ มีทั้งคนสนับสนุนและคัดค้าน(แบบหัวชนฝา)
ฝ่ายค้านก็แจงมาว่า " ถ้าไม่มีเหงื่อจะมีเงินได้อย่างไรกัน..ชีวิตอยู่นิ่งๆแล้วความสำเร็จลอยมามีที่ไหน คนเราต้องมีความขยันหมั่นเพียรและมีมานะพยายาม ความสำเร็จจึงจะเกิดขึ้น.."
ผมเองก็ค่อนข้างสนับสนุนเหตุผลหลังนี้ด้วยครับ คนที่เอาแต่คิดว่า จะสำเร็จง่ายๆ โดยไม่ยอมลงแรงเลยค่อนข้างติดนิสัยรักสบายมากเกินไป สุดท้ายบั้นปลายชีวิตก็จะล้มเหลวเพราะรอบุญหล่นทับอย่างเดียว |
|
เคยมีหลายท่านมาให้ผมตั้งชื่อโดยเน้นเลยว่า "ไม่เอาอุตสาหะ เพราะกลัวเหนื่อย" ผมเองก็ต้องนั่งอธิบายให้ฟังกันหลายตลบหลายคนก็ยอมรับทันที แต่ก็มีบางคนเหมือนกันที่ใจยังหวั่นๆ สุดท้ายผมก็ต้องยอมตั้งชื่อให้ไปโดยไม่เอาอุตสาหะให้ตามความประสงค์ แต่สิ่งที่เป็นห่วงก็คือ หลังจากที่ได้รับชื่อใหม่ไป ถ้ายังเหนื่อยอยู่เช่นเดิมหรือเกิดเหนื่อยมากกว่าเดิมเพราะงานดีขึ้น กิจกรรมมากขึ้น จะกลับมาต่อว่าผมไหมนี่..? |
|
นอกจากนี้บางคนใช้วิธีหลีกเลี่ยงตัวกาลกิณีด้วยการแปลงตัวอักษรของชื่อเสียใหม่เลยกลายเป็นภาษาวิบัติผิดหลักไวยากรณ์ไปหมด สะกดชื่อใหม่ไม่เหมือนในพจนานุกรม ยกตัวอย่างเช่น พัธนา พนิฎา ศรัณญา แทน แต่ทางการ(ที่ว่าการเขตบางเขต) ท่านก็ใจดีจริงๆ อนุโลมให้ เพราะถือว่า "ชื่อคนเป็นชื่อเฉพาะ" ไม่ต้องสะกดตามพจนานุกรม
ก็อย่างที่บอกว่าเป็นบางเขตเท่านั้น ใครดวงไม่ดีไปเจอเจ้าหน้าที่อำเภอที่เคร่งครัดไม่ยอมฟังท่าเดียว ก็จะต้องวิ่งไปหาชื่อใหม่ หรือหาผู้รู้มารับรองชื่อว่าใช้ได้ เสียเวลาวุ่นวาย หงุดหงิดหัวใจ กว่าจะได้ชื่อที่ถูกใจหรือสมใจตัวเอง... |
|
|
|